ภาพธนบัตรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้จัดทำ หนังสือธนบัตรรัชกาลที่ ๙ เอกลักษณ์แห่งองค์พระมหากษัตริย์และความเป็นไทย ซึ่งได้รวบรวมภาพธนบัตรพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ออกใช้หมุนเวียนและธนบัตรที่ระลึกในโอกาสต่าง ๆ พร้อมให้ทุกท่านดาวน์โหลดได้ทั้งในรูปแบบ e-book และ ไฟล์ PDF​​​

การตรวจพิสูจน์เหรียญปลอม

วิธีการตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์: การเปรียบเทียบเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญปลอม การตรวจพิสูจน์เหรียญปลอม   วิธีการตรวจพิสูจน์เหรียญกษาปณ์ การเปรียบเทียบเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลและเหรียญปลอม   เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล เหรียญปลอม 1. ผลิตโดยรัฐบาล (กระทรวงการคลังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจ ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มอบหมายให้ กรมธนารักษ์เป็นผู้ผลิต)  – เป็นการผลิต โดยลอกเลียนแบบเหรียญกษาปณ์ของ รัฐบาล เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็น เหรียญกษาปณ์ของรัฐบาล 2. มีการกำหนดชนิด ราคา โลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนัก ขนาด ลวดลาย และ ลักษณะอื่น ๆ (ถ้ามี) ของเหรียญกษาปณ์ รวมทั้งอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ในกฎกระทรวง  – ไม่ได้กำหนดชนิด โลหะ อัตราเนื้อโลหะ ขนาด ลวดลาย และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด 3. เหรียญกษาปณ์ในชนิดราคาเดียวกันจะมีขนาด น้ำหนัก ลวดลาย และอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดเป็นมาตรฐานเท่ากันทุก ๆ เหรียญ  – เหรียญในราคาเดียวกันจะมีชนิดของโลหะ อัตราเนื้อโลหะ น้ำหนักและขนาดที่แตกต่างกัน บางรุ่นน้ำหนักมากกว่า บางรุ่นน้อยกว่าเหรียญของรัฐบาล 4. สีของเหรียญกษาปณ์จะมีลักษณะเดียวและเสมอกันทุกเหรียญของชนิดราคานั้น ๆ  – สีของเหรียญในชนิดราคาเดียวกันจะแตกต่างกันตามแต่เนื้อโลหะ ที่ใช้ผสม ในการหลอมทำเหรียญแต่ละครั้งและสีมักจะหมองคล้ำ 5. ลวดลายและตัวอักษรบนเหรียญกษาปณ์

PRtreasuryDepartment

เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในรัชกาลที่ 9 เริ่มผลิดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2493 ซึ่งเป็นปี ที่รัฐบาลไทย ได้น้อมเกล้าฯ จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกถวาย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2493 โดยผลิต 4 ชนิดราคา 5 สตางค์ 10 สตางค์ 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ รุ่นต่อมาผลิตในปี พ.ศ. 2500 เพิ่มชนิดราคา 1 บาท และยังคงผลิต 5 สตางค์ 10 สตางค์ 25 สตางค์ และ 50 สตางค์ เช่นเดิม เหรียญ 1 บาท พ.ศ. 2500 นี้ ( ประกาศใช้ 2501 )มีเงินเป็นส่วนผสม 3% จึงเป็นเหรีบญที่มีค่าของเนื้อวัสดุมากกว่าเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ในรุ่นต่อๆมา ( ซึ่งมีส่วนผสมเฉพาะ นิเกิลกับทองแดง ) เรียกว่าราคาวัสดุเกินหน้าเหรียญตั้งแต่วันที่ออกใช้งานเลยทีเดียว เหรียญรุ่นนี้จะสึกง่ายกว่ารุ่นต่อๆมา เหรียญ 5 สตางค์ พ.ศ. 2500 มีการผลิต 3 เนื้อคือ อลูมิเนียมบรอนซ์

เหรียญที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200

เหรียญที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี Commemorative coin Rattanakosin 200 year ชนิดทองเหลือง ทองแดงและอลูมิเนียม ด้านหน้า กลางเหรียญมีเลข “200” ซ้อนอยู่บนภาพวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ด้านบนมีเลข “1782-1982” ด้านล่างมีข้อความว่า “Rattanakosin” “Royal Thai Mint” ด้านหลัง กลางเหรียญมีสัญลักษณ์การสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ด้านซ้ายมีข้อความว่า “กองกษาปณ์” ด้านขวามีข้อความว่า “กรมธนารักษ์” ข้อมูลเพิ่มเติม น้ำหนัก : – กรัม ราคา ณ วันประกาศใช้ : – วันที่ประกาศใช้ : – เส้นผ่าศูนย์กลาง : 23 มิลลิเมตร ชนิด : ทองเหลือง ราคาหน้าเหรียญ : – ประเภท : ธรรมดา ลักษณะ : เหรียญกลม ขอบเรียบ ส่วนผสม : จำนวนการผลิต : ไม่มีส่วนผสม ปีที่ผลิต จำนวน 2525 85,000 เหรียญ ผู้ออกแบบ

แลกคืนเหรียญกษาปณ์ชำรุด

ตามพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. 2501 มาตรา 12 และมาตรา 13 ได้บัญญัติเกี่ยวกับลักษณะและหลักเกณฑ์รับแลกไว้โดยสังเขปดังนี้ เหรียญกษาปณ์ชำรุดเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ลักษณะของเหรียญกษาปณ์ชำรุด พอจะจัดแบ่งได้เป็น 3 จำพวก ในการพิจารณาดำเนินการในการรับแลกค่าคืนของรัฐบาล ดังนี้ ลักษณะเหรียญกษาปณ์ชำรุด ม.12 ชำรุดที่เกิดจากการใช้ โดยธรรมดา สึกกร่อน ไปตามธรรมชาติจนน้ำหนักลดลงเกินกว่า สองเท่า ครึ่งของอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด ตามมาตรา 12 (2) ชำรุดที่เกิดจากการถูกกระทำ เช่น เหรียญที่ถูกตัด ถูกตอก ถูกตีหรือถูกกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บุบสลายหรือชำรุดจนเสียรูป หรือลวดลาย ลบเลือน หรือทำให้น้ำหนักลดลง ไม่ว่าโดยเหตุใด ที่ปรากฏโดยชัดแจ้ง ตามมาตรา 12 (1) เหรียญกษาปณ์ชำรุดที่เป็นทองคำ เหรียญเงิน หรือ เหรียญกษาปณ์ขัดเงา   หลักเกณฑ์การรับแลกเปลี่ยน ม.13 รับแลกเปลี่ยนได้ เต็มราคาตามราคาหน้าเหรียญ รับแลกเปลี่ยนได้ครึ่งราคาของเหรียญกษาปณ์นั้น ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุด พ.ศ. 2548 ออกตามความในพระราช บัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 คือ ต้องสามารถมองเห็นลวดลายด้านหน้าหรือด้านหลัง ว่าเป็นเหรียญกษาปณ์และสามารถทราบได้ว่าเป็นเหรียญกษาปณ์ชนิดราคาใด ต้องไม่เจาะรูทะลุทั้ง 2 ด้านเกินกว่า 2 ใน 5 ของขนาดเดิมหรือต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 ของน้ำหนักเหรียญกษาปณ์

เหรียญ 10 บาท

เหรียญกษาปณ์โลหะสองสี (สีขาวและสีทอง) รหัสเหรียญ : 52009 ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ราคา 10 บาท ออกใช้เป็นเงินหมุนเวียนครั้งแรกในปี พ.ศ. 2531 โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์โลหะสองสีแทนการใช้ธนบัตรราคา 10 บาท ที่ได้ยกเลิกไปแล้ว ด้านหน้าของเหรียญเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนด้านหลังเป็นภาพของ พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม มี พ.ศ. ที่ผลิตอยู่บนด้านพระปรางค์ เหรียญกษาปณ์รุ่นแรก มีการผลิตขึ้นใช้ระหว่างปี พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2551[1] และเมื่อมี พ.ศ. 2551 มีการปรับปรุงเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนเป็นชุดใหม่เพื่อลดต้นทุนการผลิตลง และปรับภาพพระบรมฉายาลักษณ์ให้เป็นปัจจุบันมากขึ้น[2][3] โดยเหรียญกษาปณ์ราคา 10 บาทมีการผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน[4] (เหรียญปี พ.ศ. 2551 มีทั้งชุดเก่าและชุดใหม่) กลางเหรียญวงในซึ่งเป็นโลหะสี ทองมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงแลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรม ราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงนอกของเหรียญซึ่งเป็นโลหะสีขาว ด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” กลางเหรียญวงในซึ่งเป็นโลหะสีทองมีรูปพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร ภายในวงนอกของเหรียญซึ่งเป็นโลหะสีขาว เบื้องบนมีอักษรเบรลล์ซึ่งมีความหมายบอกราคาว่า “๑๐” เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า “๑๐ บาท

เหรียญ 5 บาท

เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) เคลือบไส้ทองแดง รหัสเหรียญ : 52010 ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ขอบเหรียญวงในเป็นรูปเก้าเหลี่ยมกลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” ขอบเหรียญวงในเป็นรูปเก้าเหลี่ยมกลางเหรียญมีรูปพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า “ประเทศไทย” พ.ศ. และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า “๕ บาท 5”   ข้อมูลเพิ่มเติม   น้ำหนัก : 6 กรัม ราคา ณ วันประกาศใช้ : 5 บาท วันที่ประกาศใช้ : 5 กุมภาพันธ์ 2551 เส้นผ่าศูนย์กลาง : 24  มิลลิเมตร ชนิด : โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล)เคลือบไส้ทองแดง ราคาหน้าเหรียญ : 5 บาท ประเภท : ธรรมดา ลักษณะ : เหรียญกลม วงขอบนอกมีเฟืองจักร ส่วนผสม : จำนวนการผลิต : ชื่อส่วนผสม ร้อยละ โลหะส่วนที่เคลือบ

เหรียญ 1 บาท

เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ไส้เหล็กชุบนิกเกิล) รหัสเหรียญ : 52012 ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน เหรียญ 1 บาท เป็นเหรียญของสกุลเงินบาท ที่ใช้ในประเทศไทย เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 1 บาทในชุดปัจจุบันมีด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นภาพของพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประกาศออกใช้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2529 ในปี พ.ศ. 2552 กรมธนารักษ์ได้ปรับปรุงลวดลายของเหรียญ และเปลี่ยนโลหะที่ใช้ผลิตเหรียญ 1 บาท เป็นโลหะไส้เหล็กชุบนิกเกิล น้ำหนักของเหรียญลดลงเป็น 3.00 กรัม จากเดิม 3.40 กรัม โดยที่ยังมีขนาดความหนาและเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าเดิม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในระยะเริ่มแรกไม่เป็นที่รับรู้ของประชาชนมากนัก และเหรียญแบบใหม่นี้ยังไม่สามารถใช้กับตู้หยอดเหรียญโดยทั่วไปได้ ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าอาจเป็นเหรียญปลอม กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมี เกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” ด้านขวาของเหรียญมีรูปพระศรีรัตนเจดีย์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ด้านซ้ายของเหรียญมีข้อความว่า “ประเทศไทย” ใต้ข้อความว่า “ประเทศไทย” มี พ.ศ. และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญใต้ปี พ.ศ.มีข้อความบอกราคาว่า ” ๑ 1 บาท”

การเก็บรักษาเหรียญ

คุณค่าของเหรียญโดยทั่วไปแล้ว จะถูกกำหนดโดยสภาพความสมบูรณ์ เหรียญเก่าที่มีสภาพ เหมือนกับที่เพิ่งผลิตออกมาจากโรงกษาปณ์ใหม่ๆย่อมมีคุณค่าสูงกว่า เหรียญชนิดเดียวกัน ที่ถูกใช้มานาน จนเกิดรอยขูดขีด ชำรุด หรือ มีตำหนิ เงินโบราณหลายชนิด เช่น เงินพดด้วง เงินเจียง เงินกรีก โรคุณ ซึ่งมีอายุ นับร้อย จนถึงหลายพันปี ซึ่งถูกขุดขึ้นมา ด้วยผ่านกาลเวลาอันยาวนาน แล้งตกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ย่อมผ่านการใช้จ่ายมามากบ้าง น้อยบ้าง หรือไม่ได้ถูกใช้เลยก็มี สภาพของเหรียญเหล่านี้จึงต่างกัน คุณค่าก็ต่างกันไปตามสภาพเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันนี้ มีผู้นิยมสะสมเหรียญเพิ่มมากขึ้น นับเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่จะได้มาร่วมกันอนุรักษ์ เก็บรักษาเหรียญ อันเปรียบเหมือนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ให้คงสภาพเดิมในปัจจุบัน ให้ยาวนานที่สุด เหรียญกษาปณ์ และเหรียญที่ระลึก ล้วนทำด้วยโลหะ ซึ่งคงทนต่อสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อมที่แปรเปลี่ยน ได้ดีกว่าแสตมป์ และ ธนบัตรการเก็บรักษาเหรียญเหล่านี้ จึงง่ายคลายกังวลลงได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยหลายอย่าง ที่ทำให้เหรียญเสื่อมสภาพลงโดยที่คาดไม่ถึงได้ เพื่อให้คุณค่าของเหรียญไม่ลดลง โดยไม่ได้ตั้งใจ จึงขอเสนอเหตุปัจจัย ที่ทำให้เหรียญเสื่อมสถาพลง พร้อมทั้งวิธีการเก็บรักษา เพื่อให้เหรียญคงสภาพเดิมได้นานที่สุด หรือเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพ ให้ได้ยาวนานที่สุด ไม่ให้เสียหายเพราะน้ำมือของเราเอง ปัจจัยที่ทำให้เหรียญเสื่อมสภาพ ความชื้น น้ำ ความร้อน แสงสว่าง อากาศ สารเคมี อันประกอบด้วย กรด ด่าง เหงื่อ สัตว์ต่างๆ เช่น มด

เหรียญ 2 บาท

เหรียญกษาปณ์โลหะสีทอง (ทองแดงผสมนิกเกิลและอลูมิเนียม) รหัสเหรียญ : 52011 ประเภทเหรียญ : เหรียญกษาปณ์หมุนเวียน กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ทรงผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมี เกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญ ด้านขวามีข้อความว่า “ภูมิพลอดุลยเดช” ด้านซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ ๙” ริมขอบเหรียญโดยรอบประดับด้วยจุดไข่ปลา กลางเหรียญมีรูปบรมบรรพตวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบน ด้านขวามีข้อความว่า “ประเทศไทย” ด้านซ้ายมี พ.ศ. และเลขของปี พ.ศ. มีจัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า “๒ บาท 2” ริมขอบเหรียญโดยรอบประดับด้วยจุดไข่ปลา เหรียญ 2 บาท เป็นเหรียญของสกุลเงินบาท ที่ใช้ในประเทศไทย เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 2 บาทในชุดปัจจุบันมีด้านหน้าเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นรูปพระบรมบรรพต วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประกาศออกใช้เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2548 จนในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ได้มีการนำเหรียญกษาปณ์ 2 บาท รูปแบบใหม่ออกใช้ โดยเปลี่ยนวัสดุจากนิเกิลบริสุทธิ์เคลือบเหล็กชนิดคาร์บอนต่ำมาเป็นอะลูมิเนียมบรอนซ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเหรียญ 1 บาท และเหรียญ 2 บาทได้ง่ายขึ้น และเปลี่ยนภาพด้านหน้าเหรียญเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช